ผ่าตัดกระเพาะบายพาส

ปัจจุบันอาการการกินบ้านเรามีให้เลือกมากมาย ล้วนแล้วเป็นของอร่อยทั้งนั้น ผู้ที่ตามใจมารู้ตัวอีกทีก็ต่อเมื่อ เสื้อผ้าเริ่มคับ เดินไม่สบาย หอบง่าย หายใจไม่ทั่วท้อง หน้าบาน แก้มห้อย เพื่อนแซว แฟนทิ้ง สิ่งเหล่านี้เป็นสัญญาณเตือนว่าเราอ้วนจนเกินจะเยียวยา เพราะสุขภาพเริ่มแย่ทำอะไร ๆ ก็ไม่สะดวก พอมาลดน้ำหนักด้วยการออกกำลังกาย ควบคุมอาหารก็ไม่ทันใจ หรือกว่าจะลงได้เดือนละขีดสองขีด ขึ้นทีเป็นโล ทำให้เราเริ่มท้อ ทำให้หลาย ๆ คนหันมาลดน้ำหนักกับคลินิกเสริมความงามกัน เข้าคอร์สลดน้ำหนัก โดยการดูดไขมัน ผ่าตัดกระเพาะ ใส่ห่วงกระเพาะกันมากขึ้น และที่ให้ผลแบบยั่งยืนถาวรนั่นก็คือการผ่าตัดกระเพาะ ถึงแม้จะมีราคาสูงแต่หากเทียบกับผลที่จะตามมาหากปล่อยให้อ้วนเกินขนาดแล้วถือว่าคุ้ม

ปัจจุบันวิธีการผ่าตัดมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก มี 2 วิธี ได้แก่

1.Laparoscopic Sleeve Gastrectomy หรือเรียกสั้นๆ ว่า “สลีฟ (sleeve)” เป็นการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะอาหารให้เล็กลง โดยขนาดกระเพาะอาหารที่ยังคงอยู่หลังผ่าตัดเพียงพอกับความต้องการของร่างกาย กระเพาะส่วนที่ตัดออกยังเป็นส่วนผลิตฮอร์โมนให้หิว จึงมีผลทั้งเรื่องลดปริมาณอาหารเข้าสู่ร่างกาย และปรับฮอร์โมน

2.Laparoscopic Gastric Bypass วิธีนี้เรียกสั้น ๆ ว่า “บายพาส (Bypass)” คือ การผ่าตัดลดขนาดกระเพาะอาหารร่วมกับทำทางเบี่ยงทางเดินอาหาร ข้ามกระเพาะอาหารส่วนใหญ่และลำไส้เล็กส่วนที่ดูดซึมสูงไป โดยไม่มีการตัดส่วนใดออกจากร่างกาย ทำให้นอกจากลดปริมาณแคลอรีเข้าสู่ร่างกาย ปรับฮอร์โมน แล้วยังลดการดูดซึม เป็นการผ่าตัดที่มีขั้นตอนมาก ใช้เวลาในการผ่าตัดมากกว่า แต่ลดน้ำหนักได้มากกว่า และลดโรคร่วมจากความอ้วนได้ดีกว่า โดยเฉพาะเบาหวาน

ประโยชน์ของการ ผ่าตัดกระเพาะบายพาส

การผ่าตัดลดน้ำหนักไม่ใช่ว่าใครก็สามารถทำได้ และผู้ที่ผ่าตัดลดน้ำหนักได้ต้องมีคุณสมบัติดังนี้

  • ผู้ที่มีน้ำหนักมากโดยวัดค่าดัชนี มวลกาย (BMI)มากกว่า 40 กก./ตร.ม.
  • ผู้ที่มีดัชนีมวลกาย (BMI) 35 กก./ตร.ม. ร่วมกับมีโรคแทรกซ้อนอื่นๆ เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง อาการหยุดหายใจขณะนอนหลับ หรืออาการปวดข้อเนื่องจากรับน้ำหนักตัวมากเกินไป

ข้อจำกัดของการผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนักแบบบายพาส

  • เป็นการผ่าตัดที่ค่อนข้างซับซ้อน ตัดต่อหลายจุด ใช้เวลานานขึ้น
  • หากแพทย์ไม่มีความเชี่ยวชาญมากพอ อาจมีโรคแทรกซ้อนหลังการผ่าตัด
  • สูงที่สุดเมื่อเทียบกับการผ่าตัดแบบอื่น

การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการผ่าตัดลดน้ำหนัก

  • ก่อนเข้ารับการผ่าตัด ผู้ป่วยต้องพบแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจร่างกาย ส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหาร เพื่อให้มั่นใจว่ามีสุขภาพแข็งแรงเพียงพอที่จะเข้ารับการผ่าตัด
  • เข้าทดสอบเพื่อเตรียมความพร้อมจะเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อสุขภาพหลังการผ่าตัดหรือไม่
  • ตรวจเลือดและประเมินภาวะโรคที่เป็นอยู่ เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และโรคปอด เพื่อให้แน่ใจว่าสามารถควบคุมโรคต่างๆ เหล่านี้ และเข้ารับการผ่าตัดได้

การปฏิบัติตัวหลังการผ่าตัด

  • โดยทั่วไปผู้ป่วยจะพักฟื้นในโรงพยาบาลประมาณ 3 วัน แต่ขึ้นกับความสมบูรณ์ของร่างกายของผู้ป่วยหลังการผ่าตัด หากผู้ป่วยมีอาการแทรกซ้อนหลังการผ่าตัดหรือต้องเข้ารับการผ่าตัดเพิ่มเติม อาจต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาลนานขึ้น
  • หลังการผ่าตัดผู้ป่วยจะได้รับการควบคุมอาหารทันที ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง โดยจะได้รับแผนการรับประทาน อาหารจากแพทย์และต้องเข้ารับคำปรึกษาจากนักโภชนาการ
  • ผู้ป่วยจะได้รับรายละเอียดผลการผ่าตัดในภายหลัง และจะต้องกลับมาพบแพทย์อีกครั้งเพื่อตรวจเชคหากจำเป็น โดยปกติแล้วแพทย์จะทำการนัดให้ผู้ป่วยกลับมาตรวจเป็นระยะๆ

แนวทางการรับประทานอาหารสำหรับผู้ที่ได้รับการผ่าตัด

แนวทางการรับประทานอาหารสำหรับผู้ที่ได้รับการผ่าตัด

1. การลดน้ำหนักจะประสบความสำเร็จหรือไม่ ขึ้นอยู่กับสิ่งที่คุณรับประทาน อาหารว่างที่ไม่มีประโยชน์ระหว่าง จะทำให้การลดน้ำหนักไม่ประสบความสำเร็จ และทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นเนื่องจากได้รับปริมาณแคลอรีมากเกินความจำเป็น

2. การเคี้ยวอาหารไม่ละเอียดจะทำให้ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน และระคายเคืองกระเพาะอาหารได้ การเคี้ยวให้ละเอียดเป็นเรื่องสำคัญมาก ต้องละเอียดจนเหลวเท่านั้น

3. หลีกเลี่ยงการรับประทานน้ำตาล การอ่านฉลากอาหารเป็นเรื่องจำเป็น ทำให้ทราบว่า น้ำตาลในอาหารชนิดนั้นเป็นน้ำตาลแบบใด และ ควรจำกัดปริมาณน้ำตาลให้เหลือเพียง 15 กรัม หรือน้อยกว่านั้น ต่อการรับประทานหนึ่งมื้อ เพื่อช่วยควบคุมแคลอรีในอาหาร

4. พยายามหลีกเลี่ยงอาหารที่ปรุงด้วยการทอด ผัดน้ำมันเยอะ หรืออาหารอบที่ใช้ นม เนย สูงๆ หันมารับประทานอาหารที่ปรุงด้วยการ ต้ม นึ่ง เผา ย่าง และตรวจเช็คว่า สิ่งเราทานนั้นมีรสจัดเกินไปหรือไม่ เพราะอาหารรสจัด ก็มีผลกับน้ำหนักตัวเช่นกัน

5. สำหรับมื้อกลางวันแนะนำให้กินอาหารที่แคลอรีต่ำ แต่ให้โปรตีนสูงเป็นหลักค่ะ เช่น อกไก่ อาจจะกินคู่กับแตงกวาและมะเขือเทศ หรือจะเพิ่มไข่ต้ม 2 ฟอง และแครอทต้มอีกสักนิดก็ได้เช่นกัน อกไก่เป็นอาหารที่ไขมันน้อย แถมแคลอรีต่ำ อีกทั้งยังย่อยง่ายอีกด้วย ซึ่งเหมาะกับคนที่ต้องการลดน้ำหนักแบบสุดๆ

อ่านต่อได้ที่ Rattinan.com

Written by

ExcessiveSweating.in.th

ตัดหนังส่วนเกิน ผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนัก ศัลยกรรมตัดหนังส่วนเกิน ช่วยให้ลดความอ้วน เป็นเรื่องง่ายขึ้น