ยาเคลือบกระเพาะ

ยาเคลือบกระเพาะ (Stomach-lining protector) ยากลุ่มนี้เป็นยาที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของเยื่อบุทางเดินอาหาร โดยการเคลือบอยู่บนผิวของเยื่อบุนั้น ก็เลยลดช่องทางที่เยื่อบุจะสัมผัสกรดจากกระเพาะ ก็เลยช่วยลดอาการจากการอักเสบหรือจากแผลในกระเพาะได้ นอกเหนือจากนั้นยังช่วยลดช่องทางมีการอักเสบรวมทั้ง/หรือการเกิดแผลของเยื่อบุฯที่อาจเกิดจากกรดในกระเพาะได้

ยาเคลือบกระเพาะ

ยารักษาโรคกระเพาะแบ่งเป็นกลุ่มได้ดังนี้

1.ยาลดกรด (Antacids) ยารักษาโรคกระเพาะอักเสบกลุ่มนี้มีฤทธิ์เป็นด่าง ใช้วิธีการของการนำด่างมาปรับให้ความเป็นกรดในกระเพาะลดลง โดยมีตัวยาหลัก 2 ประเภท คือ อะลูมิเนียมไฮดรอกไซด์ (Aluminium Hydroxide) แล้วก็แมกนีเซียมไฮดรอกไซด์ (Magnesium Hydroxide) หรืออาจผสมกับยาตัวอื่นอย่างไซเมทิโคน (Simethicone) ที่ช่วยสำหรับการขับลม เป็นต้น ยารักษาโรคกระเพาะกลุ่มนี้มีทั้งรูปแบบยาน้ำแขวนตะกอน ยาเม็ดแบบเคี้ยว หรือยาเม็ดแบบกลืน หาได้ง่ายตามร้านค้ายาทั่ว ๆ ไปและก็มีราคาถูก สามารถบรรเทาอาการปวดได้อย่างรวดเร็ว แต่ว่ามีฤทธิ์คงอยู่ไม่นาน ผลข้างเคียงต่ำแต่บางทีอาจเกิดอาจเกิดอาการท้องเดิน ท้องผูก ท้องอืด ได้ในบางราย มีข้อควรระวังการใช้ในเด็ก ผู้ป่วยโรคตับและก็ไต

2.ยาเพิ่มความต้านทานของเยื่อบุกระเพาะอาหาร ยารักษาโรคกระเพาะอักเสบกลุ่มนี้ได้แก่

  • ซูคราลเฟท (Sucralfate) ออกฤทธิ์เป็นเมือกปกคลุมแผลในกระเพาะ และออกฤทธิ์ได้นานมากกว่า 6 ชั่วโมง โดยอาศัยภาวะกรดสำหรับเพื่อการออกฤทธิ์ ก็เลยห้ามใช้ร่วมกับยาลดกรด
  • บิสมัธซับซาลิไซเลท (Bismuth Subsalicylate) ออกฤทธิ์จับกับแผลในกระเพาะ และก็กระตุ้นการหลั่งเมือกเคลือบด้านในกระเพาะ ถ้าหากใช้เป็นระยะเวลาที่ยาวนานอาจจะก่อให้อุจจาระเป็นสีดำได้

ยาเคลือบกระเพาะ รักษาอาการปวดท้อง

3.ยายับยั้งการหลั่งกรด (Antisecretory Drugs) ยารักษาโรคกระเพาะอักเสบกลุ่มนี้แบ่งได้ 2 กลุ่ม ตามกลไกการออกฤทธิ์ ดังต่อไปนี้

  • ยากลุ่มยับยั้งตัวรับฮิสทามีนชนิดที่ 2 (H2-receptor antagonist) ยาจะออกฤทธิ์โดยจับกับตัวรับ (H2 receptor) ของเซลล์บริเวณกระเพาะ ทำให้มีการหลั่งกรดในกระเพาะลดน้อยลง ยาที่นิยมใช้ ได้แก่ ไซเมททิดีน (Cimetidine) รานิทิดีน (Ranitidine) และฟาโมทิดีน (Famotidine) ยาทุกตัว มีคุณภาพที่เท่าเทียมกัน และก็มีราคาถูก ผลข้างเคียงจากการใช้ยาเช่น อาเจียน คลื่นไส้ ปวดศีรษะ มึนงง สำหรับไซเมททิดีน อาจเกิดจากอาการอื่น ๆ นอกจากนี้ คือ มีผื่นขึ้น ในผู้ชายอาจมีอาการเต้านมโตขึ้น (gynecomastia) ก็เลยนิยมใช้ รานิทิดีน แล้วก็ฟาโมทิดีน มากกว่าไซเมททิดีน
  • ยากลุ่มยับยั้งโปรตอนปัมพ์ (Proton pump inhibitors) เป็นกลุ่มที่ออกฤทธิ์ยับยั้งหลักการทำงานของ Proton pump หรือ โปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมี ซึ่งเป็นโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีที่ใช้ในกระบวนการผลิตกรดในกระเพาะ ทำให้การสร้างกรดดำเนินต่อไปไม่ได้ ยากลุ่มนี้จะมีคุณภาพการลดกรดดีมากยิ่งกว่ายากลุ่มแรก รวมทั้งยับยั้งการหลั่งกรดได้อย่างยาวนานทั้งวัน ตัวอย่างยาที่มักใช้กัน เช่น Omeprazole, Lanzoprazole, Pantoprazole, Rabeprazole และ Esomeprazole ยาในกลุ่มนี้ทุกตัว มีคุณภาพสำหรับเพื่อการลดกรดใกล้เคียงกัน แตกต่างที่ราคา ซึ่งที่นิยมใช้กันสูงที่สุด เนื่องจากมีราคาต่ำที่สุด แต่อาจมีปฏิกิริยากับยาชนิดอื่นได้ ดังเช่น Diazepam และ Warfarin เป็นต้น แล้วก็ค่อยเริ่มใช้ยาจำพวกอื่นเมื่อใช้ยา Omeprazole ไม่ได้ ผลข้างเคียงของยากลุ่มนี้ได้แก่ ปวดท้อง ท้องเดิน ท้องผูก ท้องเฟ้อ อ้วก คลื่นไส้

สาเหตุของการเกิดโรคกระเพาะ

ปัจจัยที่ทำให้เป็นโรคกระเพาะ คือการหลั่งกรดในกระเพาะมากเกินความจำเป็นร่วมกับแรงต้านทานต่อกรดของเยื่อบุกระเพาะอาหารและลำไส้ลดน้อยลง ก็เลยทำให้มีแผลเกิดขึ้น และปัจจุบันนี้พบว่ายังมีปัจจัยเสริมอื่น ๆ ที่นำมาซึ่งโรคได้อีกอย่างเช่น

  1. การติดเชื้อ เฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร (Helicobactor Pylori) ซึ่งเป็นแบคทีเรียประเภทหนึ่งที่ติดต่อโดยการกินอาหารหรือกินน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อจากอุจจาระของผู้ติดเชื้อ เชื้อนี้เมื่อไปสู่ร่างกายจะเข้าไปฝังตัวอยู่ใต้เยื่อบุกระเพาะ ผนังกระเพาะก็เลยอ่อนแอลงแล้วก็มีความทนต่อกรดลดลง ทำให้กระเพาะและลำไส้เล็กส่วนต้นเกิดแผลได้ง่าย แผลหายช้า แล้วก็เกิดแผลซ้ำได้อีก
  2. ดื่มชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน หรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ น้ำอัดลม และการกินยาบางชนิด เช่นยาแก้ปวด ยารักษาโรคกระดูก ยาชุด หรือยาลูกกลอน เพราะยาเหล่านี้มีสารทำลายกระเพาะหากกินติดต่อกันเป็นเวลานาน
  3. มีอุปนิสัยการกินอาหารที่ไม่ถูกต้อง เช่น การกินอาหารอย่างเร่งรีบ กินไม่เป็นเวลาหรืออดอาหารบางมื้อ เป็นต้น
  4. การสูบบุหรี่ เพิ่มโอกาสของการเป็นแผลที่ลำไส้เล็กส่วนต้นได้ และการสูบบุหรี่มาก ๆ ก็จะทำให้คุณเป็นโรคมะเร็งในกระเพาะอาหารได้เช่นกัน
  5. อื่น ๆ เช่น ซึมเศร้า วิตกกังวล คิดมาก นอนไม่หลับ เครียด อารมณ์หงุดหงิด พักผ่อนไม่เพียงพอ อาการเหล่านี้อาจจะทำให้คุณนั้นเป็นโรคกระเพาะได้ง่ายขึ้น

ยาเคลือบกระเพาะเป็นตัวยาที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของเยื่อบุกระเพาะ และช่วยลดการอักเสบจากแผลในกระเพาะได้อีกด้วย หากคุณมีอาการปวดท้อง ท้องอืด ท้องเดิน หายาเคลือบกระเพาะกินรับรองได้ว่าอาการที่คุณเป็นอยู่จะดีขึ้นและหายไปได้เอง

Written by

ExcessiveSweating.in.th

ตัดหนังส่วนเกิน ผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนัก ศัลยกรรมตัดหนังส่วนเกิน ช่วยให้ลดความอ้วน เป็นเรื่องง่ายขึ้น